|
074 ลงใต้ไป ฺBrighton กัน
กลับมาตามคำสัญญาแล้วจ๊ะ
คราวที่แล้วก็พาขึ้นเหนือไปดูไดโนเสาร์กัน แล้ว คราวนี้ก็จะพาลงใต้ไปดูทะเลกันบ้าง (พึ่งสังเกตุนะเนี่ยว่าขึ้นไปเหนือสุดแล้วก็ลงใต้ติดกันเลยนะ ชีพจรลงเท้าจริงๆ) ที่จริงคราวนี้ก็มีภารกิจสำคัญที่ต้องไปตามหาหนุ่มกัน อ๊ะ ไม่ต้องตกใจไปหรอกนะเพราะว่าจะไปเที่ยวกับคุณญาติหน่ะ เค้าก็มาเรียนภาษาที่ไบรตันก็ต้องตามไปเที่ยวซะหน่อย
ที่ไบรตันก็เป็นเมืองเล็กๆติดทะเล ในตัวเมืองก็จะเป็นเนินขึ้นๆ ลงๆ ไม่ราบเรียบเหมือนแมนเชสเตอร์ ก็เล่นเอาเหนื่อยไปเหมือนกัน แต่เมืองเค้าน่ารักนะ ทาตึกสีหวานๆ เหมือนลูกกวาดเลย สถานที่่ท่องเที่ยวของที่นีก็มี Brighton Pier เป็นสวนสนุกที่ยื่นไปในทะเล น่ารักดีของเค้าเป็นธีมสีขาว เล่นเครื่องเล่นไปก็ดูทะเลไปท่าจะเพลินดี

อีกที่ก็เป็น Brighton Pavilion ก็เป็นเหมือนทัชมาฮาลย่อมๆ เลย ตอนแรกก็นึกว่าเพราะมีกษัตริย์อินเดียมาอยู่แถวนี้เลยสร้างเป็นแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วกษัตริย์อังกฤษเป็นคนสร้างเป็นราชวังตากอากาศ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ได้ยินคำบอกว่าด้านในจะตกแต่งเป็นสไตล์จีน อยากเข้าไปดูเหมือนกันแต่ว่ามาเย็นเกินไปเลยปิดแล้ว เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะเข้าไปให้ได้ (จะได้มาอีกรึเปล่าเนี่ย)

วันต่อมาำไกด์ท้องถิ่นก็พาไปดูหน้าผาสีขาว อันนี้ต้องนั่งรถเมลล์ออกไปนานเหมือนกันนะ ถ้าไม่ได้เจ้าถิ่นก็คงงงๆ ว่าจะลงที่ไหนดี ที่นี้เรียกว่า Seven Sisters แล้วเราก็เดินขึ้นเนินกันเลย ก็ค่อยๆ เดินไต่ๆ กันไป มันก็โอเคนะ ถึงแม้ว่าจะมีเป้น้อยกลอยใจเกาะหลังอยู่ตลอดเวลา (ไปไหนไปกันจบทริปปวดหลังไปเลย แล้วรู้สึกว่างๆ ที่หลังผิดปกติแฮะ) แต่ไอ้ที่่เลวร้ายก็ลมเนี่ยแหล่ะ ผมชี้ปลิวไปสามร้อยหกสิบองศากันเลย (แอบเคืองลมเพราะทำให้ถ่ายรูปไม่ล่ายหลั่งใจเลย) ลมแรงมากๆๆๆๆๆ ดีนะมีเป้ถ่วงไว้ไม่งั้นปลิวตกหน้าฝาแน่ แ้ล้วก็คงไม่มีใครมาเก็บเพราะคนที่มาด้วยก็กลัวความสูงทั้งสองคน แต่ก็น่ากลัวจริงๆนะ เพราะว่ามันไม่ใช่สโลปที่ค่อยๆ กลิ้งลงไปได้แต่เป็นหน้าผาตัดฉึบไปเลย ถึงจะน่ากลัวแต่วิวสวยมากเพราะว่าหน้าผาที่นี้เป็นสีขาวทั้งอันเลย


แต่อากาศที่ไบรตันเนี่ยงงๆ นะ ฝนจะตกปั๊ปก็ห้านาทีอย่างหนัก แล้วก็หยุดปุ๊ป อึมครึมอีกซักหน่อย ก็ตกอย่างหนักอีกสองนาที (ยังไม่ทันจะดึงร่มมากางเลยหยุดซะแล้ว) แล้วก็แดดออกแจ๋ ท้องฟ้าไร้เมฆซะงั้น (คราวนี้อยากจะดึงร่มมาบังแดดบ้างแล้วหล่ะ แต่ก็เกรงใจชาวบ้านอยู่)


อ้อ มีข้อมูลเพิ่มเติม ก็พอดีแวะไปค้างกับเพื่อนเม็กซิกันที่เค้าเคยเรียนที่แมน แต่เค้าย้ายมาอยู่ที่นี้ เค้าก็พาไปเดินชายทะเล ที่นี้ผู้คนก็จะเลี้ยงหมากันมากมายทั้งตัวเล็กตัวใหญ่มา่เดินเล่นกันให้ว่อน แล้วทั้งสองคนก็กลัวหมาเหมือนกัน พอหมามาทีก็จับจูงพากันไปเดินห่่างๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้าตื่นตัวเป็นอย่างดี ดีนะมันไม่วิ่งเข้ามาใ่ส่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะช่วยใคร สงสัยต้องใช้รหัสตัวใครตัวมันหล่ะคราวนี้ อย่างว่าเป็นพวกมีประวัติโดนหมาไล่ฟัดตั้งแต่เด็กก็เลยเป็นงี้แหล่ะ แต่ขอย้ำว่าแค่กลัวนะไม่ได้เกลียด เราออกจะชอบหมา แต่มีข้อแม้ว่าช่่วยอยู่ห่างๆ หนึ่งเมตรเป็นอย่างน้อย ขอชอบห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็พอ ข้อดีของแมนเชสเตอร์อย่างนึงก็คือเมืองนี้ไม่มีหมา เราก็เลยเิดินได้เชิบๆๆ สบายใจเฉิบ
วันนี้ก็หอมปากหอมคอแค่นี้ก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมีมาใหม่อีก



